ห้องผสมสี ห้องเก็บทินเนอร์ และจุดที่มีไอระเหยของตัวทำละลาย คือบริเวณที่โรงงานส่วนใหญ่ระวังเรื่องไฟมากที่สุด แต่หลายที่ยังใช้สว่านไฟฟ้าติดใบกวน หรือมอเตอร์ไฟฟ้าธรรมดาคนสีในถัง 200 ลิตรอยู่ทุกวัน บทความนี้อธิบายว่าทำไมงานกวนของเหลวในถังที่มีตัวทำละลายควรเปลี่ยนไปใช้เครื่องกวนระบบลม และมีเกณฑ์อะไรบ้างในการเลือกรุ่นให้พอดีกับงาน

ประกายไฟมาจากไหนได้บ้างในงานกวนถัง
คนมักคิดถึงแค่ “ไฟช็อต” แต่ในงานกวนของเหลวที่ระเหยได้ ต้นเหตุของประกายไฟมีมากกว่านั้น
- แปรงถ่านในมอเตอร์ไฟฟ้า — มอเตอร์แบบมีแปรงถ่าน (สว่านไฟฟ้า มอเตอร์อเนกประสงค์) เกิดประกายไฟที่หน้าสัมผัสตลอดเวลาที่หมุน มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถ้าดูผ่านช่องระบายอากาศ
- หน้าสัมผัสสวิตช์ — จังหวะเปิด-ปิดสวิตช์เกิดอาร์กเล็ก ๆ ทุกครั้ง
- ความร้อนสะสมที่ตัวมอเตอร์ — มอเตอร์ไฟฟ้าที่กวนของหนืดต่อเนื่องจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าฝืนจนขดลวดไหม้ ก็เป็นแหล่งจุดติดไฟได้โดยตรง
- ไฟฟ้าสถิตจากการไหลของของเหลว — ตัวทำละลายที่ไหลผ่านกันเร็ว ๆ สะสมประจุได้ ถ้าไม่มีการต่อกราวด์ที่ดี
สามข้อแรกหมดไปทันทีเมื่อเปลี่ยนต้นกำลังจากไฟฟ้าเป็นลมอัด เพราะไม่มีไฟฟ้าเข้าตัวเครื่องเลย
เครื่องกวนระบบลมทำงานอย่างไร
เครื่องกวนระบบลม หรือที่หน้างานเรียกกันว่า “เครื่องกวนลม” ใช้มอเตอร์ลม (Air Motor) เป็นต้นกำลัง จ่ายลมอัดจากปั๊มลมเข้าตัวมอเตอร์ ลมจะดันชุดลูกสูบหรือใบพัดภายในให้หมุน แล้วระบายออกทางตัวเก็บเสียง แรงบิดที่ได้ส่งลงแกนกวนสแตนเลสที่มีใบพัดติดอยู่ปลายแกน
ข้อดีที่ตามมาโดยธรรมชาติของระบบนี้มีสามข้อ
- ไม่มีประกายไฟ — ไม่มีวงจรไฟฟ้าในตัวเครื่อง จึงไม่มีอาร์กจากแปรงถ่านหรือสวิตช์
- ไม่ร้อนสะสม — ลมที่ระบายออกพาความร้อนออกไปด้วย เดินเครื่องต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องพักเครื่องให้เย็น
- ฝืนแล้วหยุด ไม่ไหม้ — ถ้าเจอของหนืดจนหมุนไม่ไหว มอเตอร์ลมจะช้าลงแล้วหยุดเฉย ๆ พอเปิดวาล์วเพิ่มหรือลดภาระก็กลับมาหมุนต่อ ต่างจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝืนแล้วขดลวดไหม้

มอเตอร์ลม 2 ชนิด เลือกให้ตรงกับความหนืด
จุดที่คนซื้อครั้งแรกมักพลาดคือดูแต่ “แรงม้า” อย่างเดียว ทั้งที่ชนิดของมอเตอร์ลมสำคัญไม่แพ้กัน
- มอเตอร์แบบลูกสูบ (Piston Air Motor) — รอบต่ำ แรงบิดต่อรอบสูง ในซีรีส์นี้อยู่ที่ 750-1,800 รอบต่อนาที เหมาะกับของหนืด สีข้น กาว เรซิน อีพ็อกซี น้ำมันเครื่อง หรือของที่ตกตะกอนแน่นก้นถัง งานพวกนี้ต้องการ “แรงหมุน” มากกว่า “ความเร็ว”
- มอเตอร์แบบใบพัด (Vane Air Motor) — รอบสูงถึง 3,000 รอบต่อนาที เหมาะกับของใสไหลตัวดี ทินเนอร์ ตัวทำละลาย สีน้ำ หมึกพิมพ์ น้ำยาเคมี ที่ต้องการให้เข้ากันเร็วและกระจายผงได้ดี
กฎง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงคือ ยิ่งหนืดยิ่งต้องการแรงบิดและรอบต่ำ ยิ่งใสยิ่งใช้รอบสูงได้ ถ้าใช้เครื่องรอบสูงกับของหนืดมาก จะเห็นแค่ผิวหน้าหมุน ส่วนก้นถังไม่ขยับ และเครื่องจะรอบตกทันทีที่แกนจมลึก

เทียบสเปกทั้ง 6 รุ่นในซีรีส์ PAM-200
- PAM-200-010 — ลูกสูบ 0.10 แรงม้า (0.07 kW) 1,100 รอบ/นาที แรงบิด 0.63 Nm ใช้ลม 202 ลิตร/นาที
- PAM-200-025 — ลูกสูบ 0.25 แรงม้า (ประมาณ 0.18 kW) 1,800 รอบ/นาที
- PAM-200-050 — ลูกสูบ 0.50 แรงม้า (0.37 kW) 750 รอบ/นาที แรงบิด 2.94 Nm ใช้ลม 397 ลิตร/นาที
- PAM-200-069 — ใบพัด 0.69 แรงม้า (0.51 kW) 3,000 รอบ/นาที แรงบิด 2.2 Nm ใช้ลม 850 ลิตร/นาที
- PAM-200-171 — ใบพัด 1.71 แรงม้า (1.27 kW) 3,000 รอบ/นาที แรงบิด 4.1 Nm ใช้ลม 1,700 ลิตร/นาที
- PAM-200-400 — ใบพัด 4 แรงม้า (2.98 kW) 3,000 รอบ/นาที แรงบิด 10 Nm ใช้ลม 3,620 ลิตร/นาที
ทุกรุ่นใช้แรงดันลม 0.6 MPa หรือประมาณ 6 บาร์ ปริมาณผสม 200 ลิตร แกนกวนสแตนเลสขนาด 12 มิลลิเมตร ยาว 800 มิลลิเมตร ใบพัด 3 แฉก 2 ชั้น วงนอก 200 มิลลิเมตร ตัวเลขบางช่องของรุ่น 0.25 แรงม้าไม่มีระบุในเอกสารผู้ผลิต จึงเว้นไว้แทนที่จะประมาณเอง

ปั๊มลมที่มีอยู่ รองรับรุ่นไหนได้บ้าง
นี่คือข้อที่ทำให้ซื้อผิดรุ่นบ่อยที่สุด เครื่องกวนลมกินลมต่อเนื่องตลอดเวลาที่ทำงาน ไม่เหมือนปืนลมหรือไขควงลมที่ใช้เป็นจังหวะ ตัวเลข “อัตราลมที่ใช้” ในตารางจึงเป็นค่าที่ปั๊มลมต้องจ่ายได้แบบไม่ขาดช่วง
- รุ่น 0.10 และ 0.25 แรงม้า ใช้ลม 200 ลิตรต่อนาทีระดับนี้ ปั๊มลมขนาดเล็กในโรงงานทั่วไปรับไหว
- รุ่น 0.50 แรงม้า ใช้ลมประมาณ 400 ลิตรต่อนาที ควรมีถังลมสำรองพอสมควร
- รุ่น 0.69 แรงม้า ใช้ลม 850 ลิตรต่อนาที เริ่มต้องใช้ปั๊มลมขนาดโรงงาน
- รุ่น 1.71 และ 4 แรงม้า ใช้ลม 1,700-3,620 ลิตรต่อนาที ต้องใช้ระบบลมกลางของโรงงาน ปั๊มลมตัวเล็กจะรอบตกทันที
ถ้าลมไม่พอ อาการที่เห็นคือเครื่องหมุนดีตอนเริ่ม แล้วรอบค่อย ๆ ตกลงจนกวนไม่ไหว ทั้งที่วาล์วเปิดสุดแล้ว กรณีนี้ไม่ใช่เครื่องเสีย แต่เป็นเรื่องของระบบลมที่จ่ายไม่ทัน
เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อ
- ของที่จะกวนหนืดแค่ไหน ไหลตัวเหมือนน้ำ หรือข้นเหมือนกาว
- ถังที่ใช้เป็นถังเหล็ก ถังสแตนเลส หรือถังพลาสติก และขอบถังแข็งแรงพอให้หนีบไหม
- ปั๊มลมที่มีอยู่จ่ายลมได้กี่ลิตรต่อนาทีที่ 6 บาร์ ต่อเนื่อง
- มีชุดกรองลมและปรับแรงดัน (FRL) ที่จุดใช้งานหรือยัง
- ต้องกวนต่อเนื่องนานแค่ไหนต่อครั้ง ถ้ากวนทั้งวันควรเผื่อกำลังขึ้นหนึ่งรุ่น
- ความลึกถังที่ใช้จริง แกนมาตรฐาน 800 มิลลิเมตรพอไหม หรือต้องสั่งทำยาวพิเศษ

สิ่งที่ต้องเตรียมนอกจากตัวเครื่อง
ในชุดที่ได้รับประกอบด้วยตัวเครื่องมอเตอร์ลมพร้อมด้ามจับหิ้วและตัวเก็บเสียง วาล์วทองเหลืองปรับรอบ ตัวหนีบขอบถังพร้อมสกรูมือหมุน และแกนกวนสแตนเลสพร้อมใบพัด 3 แฉก 2 ชั้น ส่วนที่ต้องเตรียมเองคือ
- ปั๊มลมและระบบท่อลม ที่จ่ายลมได้พอตามรุ่นที่เลือก
- ชุดกรองลม + ปรับแรงดัน (FRL) ลมที่มีน้ำหรือฝุ่นทำให้มอเตอร์ลมสึกเร็วกว่าที่ควร
- สายลมและข้อต่อ ขนาดพอกับอัตราลม สายเล็กเกินไปทำให้แรงดันตกที่ปลายสาย ถึงปั๊มจะใหญ่พอก็ตาม
สรุป
ถ้างานของคุณเกี่ยวกับสี ทินเนอร์ กาว เรซิน หมึกพิมพ์ หรือเคมีภัณฑ์ที่ระเหยได้ การเปลี่ยนจากมอเตอร์ไฟฟ้ามาเป็นเครื่องกวนระบบลมคือการตัดต้นเหตุของประกายไฟทิ้งไปทั้งชุด และได้ของแถมเป็นเครื่องที่เดินต่อเนื่องได้ไม่ร้อน ฝืนแล้วไม่ไหม้ ที่เหลือคือเลือกชนิดมอเตอร์ให้ตรงกับความหนืด และตรวจว่าปั๊มลมที่มีจ่ายลมได้พอกับรุ่นที่เลือก
สอบถามการเลือกรุ่นตามชนิดของเหลวและขนาดปั๊มลมที่มีอยู่ได้ที่ LINE @PYCM หรือโทร 02-114-7416 ต่อ 2






















