คนที่กำลังจะซื้อตู้อบลมร้อนเครื่องแรกมักติดอยู่ที่คำถามเดียวกัน คือควรเอาตู้เล็กที่เสียบปลั๊กไฟบ้านใช้ได้เลย หรือควรกระโดดไปตู้ใหญ่แบบรถเข็นที่ต้องมีไฟสามเฟส สองแบบนี้ไม่ได้ต่างกันแค่ขนาด แต่ต่างกันที่วิธีทำให้ทุกถาดแห้งเท่ากัน ต่างกันที่ค่าไฟต่อรอบ และต่างกันที่หน้างานต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้อธิบายให้ครบตั้งแต่หลักการทำงาน วิธีอ่านตัวเลขความจุที่โรงงานแจ้ง ไปจนถึงหกเรื่องที่ต้องเช็กก่อนโอนเงิน

ตู้อบลมร้อนทำงานอย่างไร
ตู้อบลมร้อนคือกล่องปิดที่มีฮีตเตอร์ไฟฟ้าอยู่ภายใน ทำความร้อนแล้วให้ลมร้อนพัดผ่านวัตถุดิบเพื่อพาความชื้นออกไป ความชื้นที่ระเหยจะกลายเป็นไอน้ำและถูกปล่อยออกทางช่องระบายอากาศด้านบน หัวใจของงานอบแห้งจึงมีสามเรื่องเท่านั้น คืออุณหภูมิที่คงที่ ลมที่วิ่งผ่านของได้ทั่วถึง และทางออกให้ไอน้ำ ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งของจะแห้งช้าหรือแห้งไม่เท่ากัน
ต่างจากการตากแดดตรงที่ตู้อบคุมอุณหภูมิและเวลาได้แน่นอน ไม่ต้องลุ้นฟ้าฝน ไม่มีฝุ่นและแมลง และที่สำคัญสำหรับคนขายของคือได้สีและกลิ่นที่สม่ำเสมอทุกล็อต ล็อตที่หนึ่งกับล็อตที่ห้าสิบหน้าตาเหมือนกัน ลูกค้าประจำจึงไม่รู้สึกว่าของเปลี่ยน


สองแบบที่ต้องเลือก ถาดหมุน กับ ลมร้อนหมุนเวียนแบบรถเข็น
ตู้อบที่เราขายแบ่งเป็นสองตระกูล ใช้หลักการเดียวกันแต่แก้ปัญหา “ถาดบนแห้งก่อนถาดล่าง” คนละวิธี
| เรื่อง | แบบถาดหมุน (DXK) | แบบลมร้อนหมุนเวียน (DXHX) |
|---|---|---|
| วิธีทำให้แห้งเท่ากัน | ถาดกลมทั้งชุดหมุนรอบตัวขณะอบ ทุกถาดผ่านจุดร้อนเท่ากัน | พัดลมเป่าลมร้อนหมุนเวียนทั่วตู้ ผลต่างบน-ล่าง ±2°C ตามที่โรงงานระบุ |
| ความจุ | 6 / 8 / 10 / 12 ชั้น | 24 / 48 / 96 / 144 / 192 ถาด อบได้ 60 ถึง 480 กก. ต่อรอบ |
| ไฟที่ใช้ | ไฟบ้าน 220 โวลต์ เสียบปลั๊กใช้ได้ | ไฟ 380 โวลต์ 3 เฟส ต้องเดินไฟโรงงาน |
| กำลังไฟ | 1,200 ถึง 5,000 วัตต์ | 9 ถึง 60 กิโลวัตต์ (หรือใช้ไอน้ำแทนได้) |
| การใส่ของ | เปิดประตูแล้วเลื่อนถาดเข้าทีละชั้น | จัดของบนรถเข็นนอกตู้ แล้วเข็นเข้าทั้งคันผ่านทางลาด |
| น้ำหนักเครื่อง | 30 ถึง 62 กิโลกรัม มีล้อ เข็นย้ายจุดได้ | 350 กิโลกรัม ถึง 2.8 ตัน ต้องมีที่ตั้งถาวร |
| เหมาะกับ | ร้านสมุนไพร ร้านชา ร้านผลไม้อบแห้ง แล็บ และงานอบชิ้นงานอิเล็กทรอนิกส์ | โรงงานแปรรูปอาหาร โรงอบสมุนไพร และผู้รับจ้างอบเป็นตัน |

ทำไม “ถาดหมุน” ถึงเป็นจุดขายจริง ไม่ใช่ลูกเล่น
ในตู้อบทั่วไปที่ถาดอยู่นิ่ง ลมร้อนจะลอยขึ้นข้างบนเสมอ ถาดบนสุดจึงแห้งเร็วกว่าถาดล่างเสมอ คนใช้ต้องคอยเปิดประตูสลับถาดบนลงล่างกลางคัน ซึ่งมีผลเสียสองต่อ ต่อแรกคือความร้อนหลุดออกทุกครั้งที่เปิด ทำให้เวลาอบยาวขึ้นและค่าไฟเพิ่ม ต่อที่สองคือต้องมีคนคอยเฝ้าเวลา
ตู้แบบถาดหมุนแก้ปัญหานี้ด้วยการหมุนถาดทั้งชุดตลอดเวลาที่อบ ทุกถาดจึงวนผ่านจุดร้อนเท่า ๆ กัน ของแห้งพร้อมกันทั้งตู้โดยไม่ต้องเปิดประตูเลย ตั้งอุณหภูมิกับเวลาไว้แล้วเดินไปทำอย่างอื่นได้ สำหรับร้านที่มีคนสองสามคน จุดนี้คือแรงงานที่ประหยัดได้จริงทุกวัน

อ่านตัวเลขความจุให้ถูก
ตัวเลขที่โรงงานให้มามีสองแบบ ต้องแปลให้ถูกก่อนตัดสินใจ
- รุ่นถาดหมุนบอกเป็นจำนวนชั้น เช่น 6 ชั้น 8 ชั้น พร้อมขนาดถาด เช่น 30×6 เซนติเมตร หรือ 50×5 เซนติเมตร ตัวเลขนี้บอกพื้นที่วางของ ไม่ได้บอกน้ำหนัก เพราะของแต่ละอย่างกินพื้นที่ไม่เท่ากัน สมุนไพรหั่นฝอยกองได้ ส่วนกล้วยสไลซ์ต้องเรียงชั้นเดียวห้ามซ้อน
- รุ่นลมร้อนหมุนเวียนบอกเป็นกิโลกรัมต่อรอบ เช่น 60 กิโลกรัมสำหรับ 24 ถาด ไปจนถึง 480 กิโลกรัมสำหรับ 192 ถาด ตัวเลขนี้เป็นค่าที่โรงงานแจ้ง ของจริงขึ้นกับชนิดวัตถุดิบและความชื้นเริ่มต้น ของที่ฉ่ำน้ำอย่างผลไม้สดจะได้น้ำหนักต่อรอบน้อยกว่าของที่หมาดแล้ว
สิ่งที่คนซื้อครั้งแรกมักลืมคือ น้ำหนักหายไป 60 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์หลังอบ ถ้าอยากได้ของแห้ง 10 กิโลกรัมต่อรอบ ต้องคิดของสดประมาณ 40 ถึง 60 กิโลกรัม แล้วค่อยเลือกขนาดตู้จากตัวเลขของสด ไม่ใช่ของแห้ง


รุ่นถาดหมุน เลือกจากจำนวนชั้นและกำลังไฟ
- DXK-6C 6 ชั้น ฮีตเตอร์ 1,200 วัตต์ ถาด 30×6 เซนติเมตร ตู้ 41 x 40 x 89 เซนติเมตร หนัก 30 กิโลกรัม เหมาะกับร้านเล็กและงานทดลองสูตร
- DXK-8C 8 ชั้น ฮีตเตอร์ 2,600 วัตต์ ถาด 40×6 เซนติเมตร ตู้ 52 x 52 x 105 เซนติเมตร หนัก 42 กิโลกรัม เป็นรุ่นที่ร้านสมุนไพรและร้านชานิยมที่สุด
- DXK-10C 10 ชั้น ฮีตเตอร์ 4,000 วัตต์ ถาด 50×5 เซนติเมตร ตู้ 60 x 60 x 110 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัม
- DXK-12C 12 ชั้น ฮีตเตอร์ 5,000 วัตต์ ถาด 50×5 เซนติเมตร ตู้ 62 x 62 x 120 เซนติเมตร หนัก 62 กิโลกรัม เหมาะกับร้านที่อบทุกวันวันละหลายรอบ
ทุกรุ่นใช้ไฟบ้าน 220 โวลต์ ควบคุมอุณหภูมิได้ไม่เกิน 150 องศาเซลเซียส ตัวถังสแตนเลส ประตูกระจกมองเห็นภายใน และมีล้อสี่ล้อเข็นย้ายจุดได้ ข้อควรระวังคือรุ่น 4,000 กับ 5,000 วัตต์กินไฟใกล้เคียงเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ควรเดินสายไฟเฉพาะและใช้เบรกเกอร์แยก อย่าเสียบรวมกับปลั๊กพ่วง


รุ่นลมร้อนหมุนเวียน เลือกจากปริมาณต่อรอบ
- DXHX-24C 24 ถาด 1 รถเข็น 9 กิโลวัตต์ อบได้ 60 กิโลกรัมต่อรอบ ขนาด 1.4 x 1.2 x 2 เมตร หนัก 350 กิโลกรัม
- DXHX-48C 48 ถาด 2 รถเข็น 15 กิโลวัตต์ อบได้ 120 กิโลกรัมต่อรอบ ขนาด 2.3 x 1.2 x 2 เมตร หนัก 700 กิโลกรัม
- DXHX-96C 96 ถาด 4 รถเข็น 30 กิโลวัตต์ อบได้ 240 กิโลกรัมต่อรอบ ขนาด 2.3 x 2.2 x 2 เมตร หนัก 1.1 ตัน
- DXHX-144C 144 ถาด 6 รถเข็น 45 กิโลวัตต์ อบได้ 360 กิโลกรัมต่อรอบ ขนาด 3.2 x 2.2 x 2 เมตร หนัก 2.1 ตัน
- DXHX-192C 192 ถาด 8 รถเข็น 60 กิโลวัตต์ อบได้ 480 กิโลกรัมต่อรอบ ขนาด 4.3 x 2.2 x 2 เมตร หนัก 2.8 ตัน
ข้อดีที่คนทำโรงงานชอบคือถาดวางบนรถเข็น จัดของได้นอกตู้ในขณะที่รอบก่อนยังอบอยู่ พออบเสร็จก็เข็นคันเก่าออกแล้วเข็นคันใหม่เข้าไปทันที เวลาที่ตู้ว่างเปล่าจึงสั้นมาก เท่ากับได้จำนวนรอบต่อวันมากขึ้นโดยไม่ต้องซื้อตู้เพิ่ม


รุ่นใหญ่เลือกได้ทั้งไฟฟ้าและไอน้ำ
ตารางสเปกของโรงงานสำหรับรุ่น DXHX ระบุทั้งกำลังไฟฟ้าเป็นกิโลวัตต์และอัตราไอน้ำที่ใช้เป็นกิโลกรัมต่อชั่วโมงในตัวเดียวกัน ความหมายคือตู้รุ่นเดียวกันสั่งได้สองแบบ แบบฮีตเตอร์ไฟฟ้าและแบบต่อไอน้ำจากบอยเลอร์
- แบบไฟฟ้า ติดตั้งง่ายกว่า ไม่ต้องมีบอยเลอร์ แต่ค่าไฟต่อรอบสูงกว่าเมื่อใช้กำลังสูง ๆ
- แบบไอน้ำ เหมาะกับโรงงานที่มีบอยเลอร์อยู่แล้ว ต้นทุนพลังงานต่อรอบถูกกว่า แต่ต้องเดินท่อไอน้ำและมีระบบคอนเดนเสท
เวลาสอบถามราคาต้องระบุให้ชัดว่าต้องการแบบไหน เพราะโครงสร้างภายในไม่เหมือนกันและเปลี่ยนทีหลังไม่ได้
อบอะไรได้บ้าง
- สมุนไพรจีนและสมุนไพรไทย เช่น โสม เห็ดหลินจือ ขมิ้น ไพล กระชาย ใบเตย ตะไคร้
- ใบชาและดอกไม้อบแห้ง เช่น ชาเขียว ชาสมุนไพร ดอกเก๊กฮวย ดอกอัญชัน
- ผักและผลไม้อบแห้ง เช่น กีวี มะม่วง กล้วย สับปะรด เห็ดหอม พริก หอม กระเทียม
- ธัญพืชและถั่วที่ต้องไล่ความชื้นก่อนเก็บหรือก่อนนำไปบดเป็นผง
- อาหารทะเลอบแห้ง เช่น กุ้งแห้ง ปลาแห้ง หมึกแห้ง
- งานอุตสาหกรรม เช่น อบไล่ความชื้นผงเคมี อบชิ้นงานพลาสติกก่อนฉีด และอบเร่งอายุชิ้นงานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตู้กลุ่มนี้มีช่องระบายอากาศแบบปรับได้ที่ด้านบน

หกเรื่องที่ต้องเช็กก่อนสั่ง
- ไฟหน้างาน รุ่นถาดหมุนใช้ไฟบ้าน 220 โวลต์ แต่รุ่น 4,000 ถึง 5,000 วัตต์ควรมีเบรกเกอร์แยก ส่วนรุ่นลมร้อนหมุนเวียนต้องมีไฟ 380 โวลต์สามเฟส ถ้าหน้างานไม่มีต้องบวกค่าเดินไฟเข้าไปในงบด้วย
- ทางเข้าและพื้น ตู้ใหญ่หนัก 350 กิโลกรัมถึง 2.8 ตัน ต้องวัดความกว้างประตู ความสูงเพดาน และดูว่าพื้นรับน้ำหนักไหว รวมถึงมีรถยกหรือไม่ตอนของถึงหน้าโรงงาน
- ที่ระบายไอ ห้องที่ตั้งตู้ควรระบายอากาศได้ ไอน้ำที่ออกจากตู้ถ้าวนอยู่ในห้องปิดจะทำให้ทั้งห้องชื้นและของแห้งช้าลง
- ปริมาณงานจริงต่อวัน คำนวณจากของสด ไม่ใช่ของแห้ง แล้วเผื่อกำลังไว้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ถ้าคิดว่ายอดจะโตใน 1 ถึง 2 ปี เพราะการเพิ่มตู้ทีหลังกินพื้นที่และค่าไฟมากกว่าซื้อตู้ใหญ่ตั้งแต่แรก
- อุณหภูมิที่งานของคุณต้องใช้ ตู้กลุ่มนี้ทำได้ไม่เกิน 150 องศาเซลเซียส ซึ่งพอสำหรับงานอบแห้งเกือบทุกชนิด แต่ไม่ใช่เตาอบขนมและไม่ใช่เตาอบชุบความร้อนโลหะ
- เรื่องที่ต้องถามผู้ขายก่อนโอน ขนาดลัง เงื่อนไขการรับประกัน ถาดสำรองที่แถมมา และสำหรับรุ่น DXK-6C ต้องยืนยันกำลังไฟให้ชัด เพราะการ์ดสเปกของโรงงานระบุ 1,200 วัตต์ แต่รายการของผู้ขายระบุ 1.5 กิโลวัตต์

สรุป
ถ้าอบวันละไม่กี่สิบกิโลกรัมและอยากเริ่มเร็วโดยไม่ต้องแตะระบบไฟ ให้เริ่มที่รุ่นถาดหมุน 8 ถึง 12 ชั้น เสียบไฟบ้านได้เลยและได้ข้อดีเรื่องไม่ต้องสลับถาด แต่ถ้าอบเป็นร้อยกิโลกรัมต่อรอบและมีไฟสามเฟสอยู่แล้ว รุ่นลมร้อนหมุนเวียนแบบรถเข็นจะคุ้มกว่ามากเพราะเปลี่ยนรอบได้เร็วและอุณหภูมิทั้งตู้นิ่งกว่า
ดูสเปกครบทุกรุ่นและรูปจริงได้ที่หน้าสินค้า ตู้อบลมร้อน แบบถาดหมุนและแบบลมร้อนหมุนเวียน หรือสอบถามรุ่นที่เหมาะกับงานของคุณได้ที่ LINE @PYCM โทร 02-114-7416 ต่อ 2

