เครื่องบดผงแบบโยกเหวี่ยงเป็นเครื่องที่คนซื้อครั้งแรกมักเลือกผิดบ่อยที่สุดในกลุ่มเครื่องจักรขนาดเล็ก เพราะดูจากภายนอกทุกรุ่นเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ขนาดโถ บทความนี้สรุปสิ่งที่ต้องดูก่อนสั่ง ตั้งแต่การอ่านตัวเลขความจุให้ถูก ความหมายของหน่วยเมช ไปจนถึงคำถามที่ควรถามผู้ขายก่อนโอนเงิน

เครื่องบดผงแบบโยกเหวี่ยงคืออะไร ต่างจากเครื่องปั่นตรงไหน
เครื่องบดกลุ่มนี้ใช้โถสแตนเลสปิดสนิทกับใบมีดเหล็กกล้าหมุนเร็วประมาณ 25,000 รอบต่อนาที วัตถุดิบจะถูกเหวี่ยงให้ชนใบมีดและผนังโถวนไปรอบ ๆ จนแตกเป็นผง ไม่ได้อาศัยการหั่นเป็นชิ้นเหมือนเครื่องปั่นครัวเรือน สองอย่างที่ต่างชัดเจนคือ
- โถปิดสนิท ฝาถูกกดลงแน่นด้วยตัวล็อกแบบสับสองตัว ผงละเอียดจึงไม่พุ่งออกมาตอนเครื่องทำงาน ต่างจากเครื่องปั่นที่ฝาแค่วางครอบ
- โถโยกเทได้ คลายน็อตข้างเครื่องแล้วโยกโถลงมาเทผงออกได้เลย ไม่ต้องยกโถทั้งใบไปคว่ำ ซึ่งสำคัญมากเมื่อโถหนักเป็นกิโล


อ่านตัวเลขความจุให้ถูก มันคือน้ำหนักต่อรอบ ไม่ใช่ต่อวัน
ตัวเลข 200 กรัม 500 กรัม หรือ 2,000 กรัม ที่ระบุในสเปกคือ น้ำหนักวัตถุดิบแห้งที่ใส่ได้ในการบดหนึ่งครั้ง ไม่ใช่กำลังผลิตต่อวัน คนจำนวนมากเห็นว่าตัวเองใช้วันละครึ่งกิโลแล้วไปเลือกรุ่น 500 กรัม ทั้งที่จริงควรถามตัวเองว่าจะยอมบดกี่รอบ
- ถ้าบดวันละ 1 กิโล ด้วยรุ่น 200 กรัม เท่ากับต้องเปิด-ปิด ตัก เท ล้าง 5 รอบทุกวัน
- รุ่นที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้แค่ใส่ได้มากขึ้น แต่มอเตอร์แรงขึ้นตามด้วย งานหนักจึงจบเร็วกว่าและเครื่องร้อนน้อยกว่า
- ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้เลือกรุ่นที่ใหญ่กว่าความต้องการจริงหนึ่งขั้น เพราะใส่น้อยกว่าความจุได้เสมอ แต่ใส่เกินไม่ได้


หน่วยเมชคืออะไร และทำไมเครื่องเดียวกันได้ผงหลายระดับ
เมช (mesh) คือจำนวนช่องตะแกรงต่อความยาวหนึ่งนิ้ว ตัวเลขยิ่งมากแปลว่าตะแกรงยิ่งถี่ ผงยิ่งละเอียด เครื่องกลุ่มนี้ทำได้ประมาณ 50 ถึง 250 เมช แต่จุดสำคัญคือ เครื่องไม่มีตะแกรงคัดขนาด ความละเอียดจึงมาจากเวลาที่ปล่อยให้ใบมีดเหวี่ยงล้วน ๆ
- บดสั้นราว 10 ถึง 20 วินาที ได้ผงหยาบระดับ 50 ถึง 80 เมช เหมาะกับพริกป่นและพริกไทยที่ยังอยากได้เนื้อสัมผัส
- บดยาวขึ้นเป็นหลายสิบวินาที ผงจะละเอียดขึ้นไปทาง 200 ถึง 250 เมช เหมาะกับสมุนไพรที่จะบรรจุแคปซูลหรือชงดื่ม
- ยิ่งบดนานความร้อนสะสมยิ่งมาก กลิ่นและน้ำมันหอมระเหยในสมุนไพรจะหายไปมากขึ้น ละเอียดที่สุดจึงไม่ได้แปลว่าดีที่สุดเสมอไป


ห้าเรื่องที่ต้องเช็กก่อนกดสั่ง
- วัตถุดิบของคุณแห้งจริงหรือยัง เครื่องกลุ่มนี้บดของแห้งเท่านั้น ถ้าวัตถุดิบยังมีความชื้น ผงจะเกาะเป็นก้อนติดผนังโถและใบมีดแทนที่จะร่วนเป็นผง สมุนไพรสดต้องอบหรือตากให้แห้งสนิทก่อนเสมอ
- ไฟที่หน้างานพอไหม ทุกรุ่นใช้ไฟบ้าน 220V 50Hz ไม่ต้องเดินไฟสามเฟส แต่รุ่นใหญ่กินไฟถึง 3,000 วัตต์ ควรเสียบเต้ารับที่มีสายเดินมาตรงจากตู้ ไม่ควรพ่วงกับปลั๊กรางที่มีเครื่องอื่นเสียบอยู่
- ที่วางเครื่องมั่นคงพอไหม ตัวเครื่องหนัก 5 ถึง 16 กิโลกรัม และสั่นเวลาทำงาน ต้องวางบนโต๊ะแข็งแรงและมีที่ว่างรอบตัวสำหรับโยกโถลงมาเท
- จะบดของกลิ่นแรงสลับกับของกลิ่นอ่อนหรือเปล่า ถ้าใช่ ควรวางแผนเรื่องการล้างและการไล่กลิ่นไว้ตั้งแต่แรก หรือพิจารณาซื้อสองเครื่องแยกประเภทวัตถุดิบ
- ถามเรื่องอะไหล่และการรับประกันให้ชัด ใบมีดกับซีลยางฝาเป็นของสิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนตามการใช้งาน ควรถามให้แน่ใจว่าหาซื้อได้ และเงื่อนไขรับประกันครอบคลุมมอเตอร์กี่เดือน


สิ่งที่ควรมีอยู่ในเครื่องรุ่นที่คุ้มค่า
- ใบมีดสองชั้น ใบมีดหลักทำหน้าที่ตีวัตถุดิบ ส่วนใบกวาดผงจะกวาดผงที่ตกลงก้นโถกลับขึ้นไปหาใบมีดอีกครั้ง ทำให้ผงละเอียดสม่ำเสมอและไม่ติดขัด
- สวิตช์ตัดไฟเมื่อโหลดเกิน เป็นตัวป้องกันไม่ให้มอเตอร์ไหม้เมื่อใส่ของแน่นเกินไป ถ้าเครื่องดับเองระหว่างใช้แปลว่าตัวนี้ทำงาน ให้ลดปริมาณลงแล้วเริ่มใหม่
- ฐานมีช่องระบายความร้อน ช่วยให้มอเตอร์เย็นเร็วขึ้นระหว่างรอบ ยืดอายุการใช้งาน
- สแตนเลสเกรดอาหารทั้งโถและตัวถัง สำคัญเมื่อจะบดของกิน เพราะผงจะสัมผัสผนังโถตลอดเวลา


ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อน จะได้ไม่ผิดหวัง
- บดของเหลว ของสด หรือของที่มีความชื้นสูงไม่ได้
- ของที่มีน้ำมันมากอย่างงาหรือถั่ว ถ้าบดต่อเนื่องนานเกินไป ความร้อนจะดึงน้ำมันออกมาจนเนื้อเยิ้มเป็นก้อนแทนที่จะเป็นผง
- ล้างน้ำได้เฉพาะส่วนโถและใบมีด ส่วนฐานมอเตอร์ใช้ผ้าเช็ดเท่านั้น
- โรงงานไม่ได้ระบุรอบพักเครื่อง จึงควรพักเมื่อรู้สึกว่าตัวเครื่องอุ่นขึ้นชัดเจน แทนที่จะเดินต่อเนื่องยาว
ดูสเปกครบทุกรุ่นและสอบถามได้ที่ หน้าสินค้าเครื่องบดผงแบบโยกเหวี่ยง หรือติดต่อ LINE @PYCM โทร 02-114-7416 ต่อ 2

