ขวดแบ่งน้ำหอม (Perfume Atomizer) เป็นของใช้ที่คนใช้น้ำหอมประจำแทบทุกคนควรมีติดกระเป๋า เพราะขวดน้ำหอมจริงส่วนใหญ่มีขนาด 50–100 มิลลิลิตร ทั้งหนักและเสี่ยงแตกเวลาพกออกจากบ้าน การแบ่งน้ำหอมมาใส่ขวดเล็กจึงเป็นวิธีที่ประหยัดและปลอดภัยกว่า แต่ขวดแบ่งน้ำหอมในตลาดมีหลายแบบมาก บทความนี้สรุปว่าควรดูอะไรบ้างก่อนเลือกซื้อ

1. วัสดุด้านในสำคัญกว่าหน้าตาด้านนอก
จุดที่คนมองข้ามมากที่สุดคือ ส่วนที่สัมผัสกับน้ำหอมโดยตรง ขวดแบ่งราคาถูกหลายรุ่นใช้พลาสติกทั้งใบ ซึ่งมีโอกาสทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์และน้ำมันหอมในน้ำหอม ทำให้กลิ่นเพี้ยนเมื่อเก็บไว้นาน และพลาสติกยังดูดซับกลิ่นเดิมจนล้างไม่ออก เปลี่ยนกลิ่นใหม่ทีไรก็ยังได้กลิ่นเก่าปนอยู่
ขวดที่ดีกว่าคือขวดที่ ด้านในเป็นแก้ว ส่วนเปลือกนอกเป็นพลาสติกหรือโลหะเพื่อกันกระแทกและกันแสง แบบนี้จะได้ทั้งความทนของแก้วและความเบาของเปลือกนอก

2. ถอดล้างได้หรือไม่
ขวดแบ่งน้ำหอมแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือแบบเติมผ่านหัวปั๊มของขวดน้ำหอมเดิม (ต้องถอดหัวขวดใหญ่แล้วกดเติม) กับแบบที่ ถอดขวดด้านในออกมาเทเติมได้โดยตรง แบบหลังสะดวกกว่ามากสำหรับคนที่เปลี่ยนกลิ่นบ่อย เพราะล้างขวดได้สะอาดจริง ผึ่งให้แห้งแล้วเติมกลิ่นใหม่ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าจะมีกลิ่นเดิมค้าง

3. ขนาดที่พกสะดวกจริง
ขนาดยอดนิยมคือ 5, 8 และ 10 มิลลิลิตร ถ้าใช้น้ำหอมวันละ 2–3 ฉีด ขนาด 10 มิลลิลิตรจะอยู่ได้ประมาณ 2–4 สัปดาห์ ซึ่งกำลังพอดีกับการพกในกระเป๋าถือใบเล็ก ขวดที่ทรงเรียวยาวแบบแท่งลิปสติกจะวางในช่องกระเป๋าได้ง่ายกว่าขวดทรงป้อม และเพราะความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร จึงพกขึ้นเครื่องบินได้ตามเกณฑ์ของเหลว


4. หัวสเปรย์ ละอองฝอยหรือพ่นเป็นสาย
หัวสเปรย์คุณภาพดีจะฉีดออกมาเป็น ละอองฝอยละเอียด กระจายทั่วบริเวณที่ฉีด ต่างจากหัวสเปรย์ราคาถูกที่มักพ่นออกมาเป็นสายหรือเป็นหยด ทำให้น้ำหอมเกาะเป็นจุดและเปลืองโดยใช่เหตุ หัวปั๊มที่เป็นโลหะจะทนกว่าและกดได้นิ่มกว่าหัวพลาสติกล้วน

5. ฝาปิดและการกันหก
ขวดที่พกในกระเป๋าต้องมีฝาครอบที่ปิดแน่น ไม่หลุดง่าย เพราะถ้าหัวสเปรย์ถูกกดโดนของอื่นในกระเป๋า น้ำหอมจะพ่นออกมาจนเลอะทั้งใบ ฝาแบบ หมุนเกลียวหรือฝาครอบที่ล็อกเข้ากับตัวขวด ปลอดภัยกว่าฝาสวมหลวม ๆ
6. ใส่ของเหลวอะไรได้บ้าง
ขวดแบ่งน้ำหอมออกแบบมาสำหรับของเหลว เนื้อใสที่ไม่ข้นหนืด เช่น น้ำหอม โคโลญ น้ำอบ น้ำสกัดดอกไม้หรือไฮโดรซอล แอลกอฮอล์ล้างมือแบบน้ำ และโทนเนอร์ที่เนื้อเหมือนน้ำ
ส่วนที่ ใส่ไม่ได้ คือน้ำมันทุกชนิด น้ำมันหอมระเหยเข้มข้น เซรั่มหรือครีมเนื้อข้น และของเหลวที่มีผงหรือตะกอน เพราะจะทำให้หัวสเปรย์ตันและฉีดไม่ออก เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ขวดแบ่งใช้ไม่ได้ทั้งที่ยังใหม่

7. เลือกสีให้จำง่าย
ถ้าพกหลายกลิ่น การเลือกขวดคนละสีช่วยให้หยิบถูกใบโดยไม่ต้องเปิดดม และไม่ต้องล้างขวดบ่อยเพราะสลับใช้คนละใบไปเลย ขวดลายหินอ่อนเป็นลายที่ได้รับความนิยมเพราะดูเรียบหรูและลายของแต่ละใบไม่ซ้ำกัน


เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อ
- ด้านในเป็นแก้วหรือพลาสติก — แก้วดีกว่าสำหรับน้ำหอมและของที่มีแอลกอฮอล์
- ถอดขวดด้านในออกมาล้างได้ไหม
- ความจุกี่มิลลิลิตร ใช้ได้กี่สัปดาห์ต่อการเติมหนึ่งครั้ง
- หัวสเปรย์ฉีดเป็นละอองฝอยหรือพ่นเป็นสาย
- ฝาครอบล็อกแน่นพอจะพกในกระเป๋าหรือไม่
- ขนาดและรูปทรงวางในกระเป๋าที่ใช้ประจำได้จริงไหม
ตัวอย่างสเปกที่ควรได้
ขวดแบ่งน้ำหอมพกพารุ่นที่เราแนะนำมีสเปกดังนี้ ความจุ 10 มิลลิลิตร ขนาด 2.5 × 11.4 เซนติเมตร น้ำหนักขวดเปล่าประมาณ 39 กรัม เปลือกนอกเป็นพลาสติก ABS พิมพ์ลายหินอ่อน ด้านในเป็นขวดแก้วถอดออกล้างได้ หัวสเปรย์โลหะแบบละอองฝอย ฝาครอบหมุนเปิด–ปิด และมีให้เลือก 8 สี

ดูรายละเอียดสินค้าและสีทั้งหมดได้ที่ หน้าสินค้าขวดแบ่งน้ำหอมพกพา 10 มล. ลายหินอ่อน

